ดูซีรี่ย์: Flower Crew: Joseon Married Agency

ดูซีรี่ย์: Flower Crew: Joseon Married Agency ในปีนี้ซีรีส์แนวย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์มีให้ได้ชมกันมากมาย หลายคนอาจจะคิดว่าซีรีส์เกาหลีแนวย้อนยุคประวัติศาสตร์ต้องมีเฉพาะเรื่องเครียดๆ แต่ไม่ใช่กับเรื่องนี้ Flower Crew: Joseon Married Agency ที่เพิ่งจบไป เป็นพล๊อตเรื่องแนวใหม่กับอีกหนึ่งอาชีพในสมัยโชซอน อีกทั้งเป็นอีกหนึ่งผลงานซีรีส์ที่ได้รวมตัวเอาเหล่านักแสดงวัยรุ่นที่น่าจับตามองมารวมตัวกัน

เรื่องราวของ Flower Crew: Joseon Married Agency คือซีรีส์ย้อนยุคแนวโรแมนติกคอมเมดี้ แต่ไม่มีการอิงประวัติศาสตร์แต่อย่างใด บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มนักจับคู่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโชซอน นามว่า “พลพรรคบุปผา” ประกอบด้วยสามหนุ่มมาฮุน (รับบทโดย คิมมินแจ) หัวหน้ากลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญในการจับคู่ , โกยองซู (รับบทโดย พัคจีฮุน) ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น และโดจุน (รับบทโดย บยอนอูซอก) ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะดนตรี และการสืบหาข่าวสาร วันหนึ่งได้รับราชสารน์จากพระราชาอีซู (รับบทโดย ซอจีฮุน) ให้ปกป้องหญิงสาวผู้เป็นรักแรกของพระองค์ จากคำขอในครั้งนี้ทำให้กลุ่มนักจัดหาคู่ในสำนักต้องเสี่ยงชีวิตและพยายามทำทุกวิถีทางในการแปลงโฉมหญิงสาวชนชั้นต่ำ แกตง (รับบทโดย กงซึงยอน) ให้กลายเป็นหญิงสาวชนชั้นสูง

มาฮุน (รับบทโดย คิมมินแจ) ชายหนุ่มหัวหน้ากลุ่มของ Flower Crew นักจับคู่ที่มีชื่อเสียงของเมืองฮันยาง มีความเชี่ยวชาญในการจับคู่ได้ดีที่สุด เป็นลูกชายของขุนนางตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี มาฮุน ไม่เข้ารับราชการหรือสอบจอหงวน เหมือนผู้ชายทั่วไปในโชซอน แต่ทำอาชีพนี้ตามรอยพี่ชาย ภายนอก มาฮุน คือชายหนุ่มที่ไม่แสดงออก แต่กลับมีความห่วงใย และใส่ใจคนรอบข้างอยู่เสมอ

แกตง (รับบทโดย กงซึงยอน) หญิงสาวสามัญชนธรรมดา ที่รับจ้างทำงานทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดและหาเงินเพื่อมาจ้างคนให้ออกตามหาพี่ชายที่พลัดพรากกันตั้งแต่วัยเด็ก แกตง รับงานทุกอย่างแม้จะได้เงินอันน้อยนิด แต่ความหวังเดียวของเธอคือได้พบพี่ชายอีกสักครั้ง แกตง เป็นรักแรกของ อีซู และตัดสินใจแต่งงานด้วย ภายหลังเกิดเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของ แกตง ได้เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในกลุ่ม Flower Crew และได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เปลี่ยนเป็นหญิงชนชั้นสูง

อีซู (รับบทโดย ซอจีฮุน) เติบโตมาโดยใช้ชีวิตเป็นชนชั้นสามัญชนธรรมดา อาชีพหลักคือช่างตีเหล็ก มีหญิงสาวนามว่า แกตง ผู้เป็นรักครั้งแรก จนวันหนึ่งขอใช้บริการนักจัดหาคู่เพื่อแต่งงานกับ แกตง วันหนึ่งชีวิตพลิกผันได้มาเป็นกษัตริย์คือ “พระราชาอีซู” เพื่อเป็นหมากเกมส์หนึ่งของเหล่าขุนนาง ภายหลังจากการขึ้นครองราชย์ก็ยังมอบหัวใจให้ แกตง เพียงผู้เดียว

โกยองซู (รับบทโดย พัคจีฮุน สมาชิกวง Wanna One) หนุ่มเจ้าเสน่ห์ตำแหน่งที่ปรึกษาในด้านภาพลักษณ์ มีความเชี่ยวชาญด้านแฟชั่นประจำกลุ่ม Flower Crew ถ้าเปรียบได้กับสมัยปัจจุบันเขาคือ Beauty Blogger หรือ Fashionista ที่มีเซนส์ในด้านแฟชั่นหาตัวจับยากคนหนึ่ง เป็นคนหนุ่มที่มีนิสัยออกจะผู้หญิง ขี้งอนเล็กน้อย แต่ท้ายที่สุดแล้วถือเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยนมากคนหนึ่ง

โดจุน (รับบทโดย บยอนอูซอก) หนุ่มหล่อเจ้าเสน่ห์ตำแหน่งจัดการดูแลข้อมูลต่างๆ ประจำกลุ่ม Flower Crew เขาสามารถสืบหาแหล่งข่าวในเมืองฮันยางโดยใช้เสน่ห์ที่มีอยู่ เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ต้องการสืบ

คังจีฮวา (รับบทโดย โกวอนฮี) หญิงชนชั้นสูงสวยสง่ามีบุคลิกการวางตัวและเย่อหยิ่งตามสไตล์ลูกคุณหนูตระกูลชั้นสูง เป็นลูกสาวอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย ผู้ถูกหมายตาไว้ว่าจะต้องขึ้นเป็นมเหสี เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

เราคงไม่อาจเห็นบทบาทและอาชีพที่แปลกประหลาดได้บ่อยครั้งนักในสมัยโชซอนกับอาชีพนักจับคู่ โดยผู้ที่มีความต้องออกเรือน จะมาใช้บริการจากกลุ่มนักจับคู่ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือของเมืองฮันยาง กลุ่มนักจับคู่จะสรรหาบุคคลที่มีความเหมาะสม สืบเสาะหาประวัติทั้งอาชีพ และครอบครัว เพื่อทำให้มีการจับคู่ที่ดีที่สุด โดยมีจุดมุ่งหมายเพียงหนึ่งเดียวคือ “เมื่อคู่กันแล้วต้องไม่ทำให้แยกจากกันตลอดชีวิตคู่”

ถึงแม้ว่าขุนนางทั้งหลายจะใช้พระราชาอีซู เพื่อหาผลประโยชน์ทางการเมือง แต่สิ่งที่พระราชาอีซูทำนั้น ไม่สามารถทำให้เหล่าขุนนางทั้งหลายหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง หรือโน้มน้าวให้กษัตริย์ทำตามความต้องการได้ทั้งหมด พระราชาอีซูใช้โอกาสเมื่อมีการถวายฎีการ้องทุกข์จากชาวเมือง โดยนึกถึงช่วงเวลาที่เคยใช้ชีวิตเป็นสามัญชนธรรมดา และเปลี่ยนแปลงปัญหาที่เคยเจอมาทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรดีขึ้น

แม้ชีวิตยากลำบากของแกตง จะทำให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา แต่สิ่งที่แกตงมีติดตัวมาตลอด คือความสดใสและการมองโลกในแง่บวกอยู่เสมอ และแม้ในบางครั้งแกตงจะต้องปลอมตัวเป็นหญิงชนชั้นสูง แต่สิ่งที่ แกตงปฏิบัติกับคนชนชั้นอื่นคือ ความเท่าเทียมกันไม่ถือชนชั้นวรรณะ

ความน่ารักสดใสและอาการลืมตัวของแกตง ที่ทำให้เราเผลอยิ้มอยู่บ่อยๆ คือการที่แสดงออกไปโดยไม่ทันตั้งตัวกับสามหนุ่มพลพรรคบุปผา มันคือสิ่งที่แสดงออกมาจากความจริงใจ

ชีวิตของแกตงจะเกิดความยากลำบากอยู่ตลอดเวลา แต่มาฮุนคือคนที่เตือนสติและให้ข้อคิดอยู่เสมอ สิ่งนี้ทำให้เราคิดตามไปด้วยกับคำพูดของมาฮุน เช่น ถ้าแพ้ ก็แค่ลองอีกครั้ง นี่คือสิ่งหนึ่งที่มาฮุนยื่นโอกาสให้กับแกตง ในวันที่แกตงรู้สึกว่าชีวิตนี้ดูล้มเหลวไปซะหมด

อย่างไรก็ตามเรื่องราวได้ดำเนินมาจนจบแล้ว แต่สิ่งที่ได้นอกเหนือจากความบันเทิงในเรื่องนี้ยังให้คติสอนใจได้ดี ทำให้เกิดการสะท้อนมุมมองความคิดในหลายๆอย่าง